Lorem ipsum dolor sit amet gravida nibh vel velit auctor aliquet. Aenean sollicitudin, lorem quis bibendum auci. Proin gravida nibh vel veliau ctor aliquenean.
+01145928421
mymail@gmail.com

แอปพลิเคชัน VIU เป็นแหล่งรวมความบันเทิงทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น และรายการสุดฮิตจากทั่วเอเชีย ให้เราได้รับชมแบบถูกลิขสิทธิ์และฟินเต็มอิ่มความบันเทิง ดูไวก่อนใคร ซับไทยเป๊ะ เพลย์ต่อเนื่อง ยิ่งถ้าใช้ VIU Premium Code แล้วสมัครเป็นสมาชิก จะได้รับอภิสิทธิ์เต็มที่เลยนะ ต้องบอกก่อนว่า Viu Thailand เป็นบริการดูซีรี่ส์เกาหลีที่ฟรีก็จริง แต่ว่า จะดูได้แค่ความคมชัดภาพแบบ SD เท่านั้น แถมมีโฆษณาคั่น โหลดเก็บไว้ดูออฟไลน์ก็ไม่ได้ แถมพอที่เกาหลีออนไปแล้ว กว่าจะได้ดูตอนต่อไปก็ต้องรออีกตั้ง 3 วันเลยนะ! แต่ถ้าสมัครเป็นแบบ Viu Premium จะได้ดูภาพคมชัดระดับ HD และ Full HD กันไปเลย แถมไม่มีโฆษณาคั่นให้กวนใจ หรือจะโหลดเก็บไว้ดูเป็นแบบออฟไลน์ก็ได้ไม่อั้นลยนะ   ซึ่งวันนี้เราก็จะมาทำความรู้จักกับแอปพลิเคชันนี้ และรับโค้ดส่วนลด จาก Shopee กัน   [E-Coupon] VIU Premium Code 3 วัน Ratings 4.8 ★★★★★ ราคา 15฿ [E-Coupon] VIU Premium Code 7 วัน Ratings 4.8 ★★★★★ ราคา 35฿ [E-Coupon] VIU Premium Code 1 เดือน Ratings 4.9 ★★★★★ ราคา 119฿ [E-Coupon] VIU Premium Code 3 เดือน Ratings 4.9 ★★★★★ ราคา 315฿ [E-Coupon] VIU Premium Code 1 ปี Ratings 4.8 ★★★★★ ราคา 1,199฿ **ระยะเวลาในการเติมโค้ด >> ควรเติมภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2019 สามารถกรอกโค้ดหลาย ๆ อันในบัญชีเดียวกันได้ ดูกันได้ยาว ๆ ไปเลยย สะสมจำนวนวันสะสมได้สูงสุดถึง 365 วัน   Viu มีจุดโดดเด่นมาก เพราะผู้ใช้สามารถรับชมซีรี่ส์ วาไรตี้ และอื่น ๆ ในช่วงเวลาออกอากาศที่ใกล้เคียงกับเกาหลี ทำให้ติดตามได้อย่างต่อเนื่อง และซับภาษาไทย ทำให้ไม่เสียอรรถรสในการรับชมด้วย โดยความบันเทิงหลัก ๆ จะเป็นของเกาหลี ซึ่งช่องโทรทัศน์หลัก ๆ คือ SBS, KBS, MBC, tvN, JTBC มาร่วมมือด้วยในเผยแพร่  Viu นั้นได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ที่ฮ่องกง หลังจากนั้นก็เปิดในสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอินเดีย และในปี 2017 ก็ได้เปิดตัวที่ไทย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากคนไทยก็นิยมดูซีรี่ย์ของเกาหลีอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีใครนำมาฉายแบบมีซับไทยอย่างถูกลิขสิทธิ์   ช่องทางการรับโค้ด Viu หลังจากการชำระเงิน คุณจะได้รับโค้ด จากแถบ "การแจ้งเตือนของ Shopee" กรุณาเปิดเช็คเลขโค้ดได้จาก "รายการอัพเดทจาก Shopee" หลังจากนั้นนำโค้ดไปกรอกรหัส Redeem เพื่อใช้สิทธิ

ตอนนี้ Shopee ได้ออกโปรโมชั่นเอาใจเกมเมอร์กันอย่างเต็มที่ กับการเปิดซื้อ บัตรเติมเกมหรือบัตรเติมเงิน การีนาเชลล์(Garena Shell) พร้อมรับส่วนลด 5% ซึ่งเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบในการเล่นเกมอยู่แล้ว ต้องบอกว่านี่เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก ๆ เลย   การีนาเชลล์ 75 Shells ราคา 47 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก การีนาเชลล์ 135 Shells ราคา 85 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก การีนาเชลล์ 225 Shells ราคา 142 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก การีนาเชลล์ 450 Shells ราคา 285 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก การีนาเชลล์ 750 Shells ราคา 475 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก การีนาเชลล์ 1,500 Shells ราคา 900 บาท สนใจซื้อสินค้าได้ที่ >> คลิก หมายเหตุ : การีนาเชลล์ สามารถใช้เติมได้กับทุกเกมของการีนา ทั้งนี้ การีนาเชลล์ จะถูกแปลงเป็นสกุลเงินต่าง ๆ ตามแต่ละเกม (เช่น คูปอง, โกลด์, ไดมอน,

ส่วนลด Nok Air ส่วนลดบัตรโดยสาร สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศ ผ่านเว็บไซต์นกแอร์ และชำระเงินค่าบัตรโดยสารผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น พร้อมบริการเสริมต่าง ๆ อีกมากมาย   [E-Voucher] Nok​ Air​ ส่วนลดบัตรโดยสาร 200 บาท ราคา 99 บาท ซื้อได้ที่นี้ >> ส่วนลด 200.- [E-Voucher] Nok​ Air​ ส่วนลดบัตรโดยสาร 500 บาท ราคา 300 บาท ซื้อได้ที่นี้ >> ส่วนลด 500.- [E-Voucher] Nok​ Air​ ส่วนลดบัตรโดยสาร 1,000 บาท ราคา 700 บาท ซื้อได้ที่นี้ >> ส่วนลด 1,000.- *คูปองส่วนลดสามารถใช้ได้เฉพาะการจองบน www.nokair.com และการชำระเงินผ่านช่องทางบัตรเครดิตเท่านั้น   วิธีการใช้งานคูปองส่วนลด (Voucher) >> คลิก   เงื่อนไขในการใช้ Voucher โค้ดส่วนลด 200 บาท โค้ดส่วนลดสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2562 โค้ดส่วนลดนี้ สามารถใช้กับตั๋วโดยสารประเภท Nok Lite, Nok X-tra และ Nok Max โดยต้องชำระค่าตั๋วโดยสารผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตเท่านั้น พร้อมชำระค่าธรรมเนียมในการจอง (Processing Fee) จำนวน 128.40 บาทต่อท่านต่อเที่ยวบิน โค้ดส่วนลดนี้ ใช้เป็นส่วนลดราคาตั๋วโดยสาร สำหรับเส้นทางในประเทศทุกเส้นทางยกเว้นเส้นทางต่อรถต่อเรือ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของนกแอร์เท่านั้น โค้ดส่วนลดนี้ ใช้สำหรับการเดินทางระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2561 - 31 มีนาคม 2562 ยกเว้นการเดินทางในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562, 16 กุมภาพันธ์ 2562 และ 19 กุมภาพันธ์ 2562 โค้ดส่วนลดนี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว และจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 9 คนต่อการจอง​ และเมื่อมีการจัดส่งโค้ดแล้ว​ ไม่สามารถคืนเงินได้ โค้ดส่วนลดนี้สามารถใช้ได้กับบางเที่ยวบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน และกำหนดการเดินทาง จะต้องทำล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน ก่อนกำหนดการเดินทางเดิม และต้องชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเงินส่วนต่างค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าโดยสารเดิม ที่ชำระกับอัตราค่าโดยสารใหม่ ในราคาปกติที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ณ ช่วงเวลานั้น โดยชำระผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น ทั้งนี้นกแอร์ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินที่ชำระแล้วในกรณีที่ส่วนต่างค่าโดยสารที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือข้อมูลการเดินทางใดๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่สายการบินกำหนด เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดมาตรฐานของนกแอร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า     Facebook : What's The Pro - โปรอะไรดี ดูส่วนลดอื่นๆ ได้ที่ : ส่วนลดทั้งหมด  

SJCAM M20 กล้องแอ็คชั่นแคมระดับ 4K กล้องของยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อเรื่องกล้อง Action Camera ในราคาประหยัด โดยมีโมเดลที่ฮิตๆกันคือ SJ4000, SJ5000 และโมเดลใหม่อย่าง SJCAMM20 รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K/2K [caption id="attachment_6576" align="aligncenter" width="640"] SJCAM-M20[/caption] จุดเด่นของ SJCAM M20 ใช้เซนเซอร์ของ SONY IMX206 ให้ความละเอียดของภาพนิ่งที่ระดับ 16 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพนิ่งแบบ RAW file เพื่อนำไปโปรเซสภาพผ่านโปรแกรมอย่าง Adobe Lightroom ได้ด้วยครับ สามารถถ่ายวีดีโอในระดับความละเอียดดังต่อไปนี้ 4K/24fps (2880 x 2160) 2K/30fps (2560 x 1440) Full-HD 1080p/60fps (1920 x 1080) HD 720p/120fps (1280 x 720) WVGA/240fps มีระบบกันสั่น Gyro Anti-shake ซึ่งเป็นระบบกันสั่นแบบ Hardware ช่วยลดการสั่นไหวของวีดีโอขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว สามารถปรับมุมกว้า/แคบของหน้าเลนส์ได้ ตามระยะใช้งานที่ต้องการ ให้มุมมองกว้างสุดที่ 166 องศา มีเคสกันน้ำให้ในชุด สามารถดำน้ำได้ลึก 30 เมตร รูปแบบไฟล์วีดีโอสามารถเลือกบันทึกได้ทั้งแบบ MP4 และ MOV รองรับเม็มโมรี่การ์ดแบบ micro SD สูงสุด 128 GB หน้าจอมีขนาด 1.5 นิ้ว พอร์ตเชื่อมต่อ AV-Out และ HDMI ขนาด 40 x 23 x 54 มม. น้ำหนักเพียง 54 กรัม รองรับรีโมทแบบ Hardware รูปทรงคล้ายนาฬิกาข้อมือ เชื่อมต่อด้วยบลูทูธสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ (ซื้อแยกนะครับ) รองรับการติดตั้งกับโดรน [caption id="attachment_6556" align="alignnone" width="640"] SJCAM-M20[/caption] SJCAM M20 กล้องแอ็คชั่นแคมรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถช่วยให้เราบันทึกภาพกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมได้แบบไร้ขีดจำกัด โดยกล้อง SJCAM M20 นี้สามารถใช้ได้ทั้งกลางแจ้ง ใต้น้ำ ในร่ม หรือเอาไปติดรถยนต์ก็ได้ และยังรองรับ Bluetooth Remote อีกด้วย ในกล่องมีอะไรบ้าง เปิดกล่องมาจะพบกับตัวกล้อง SJCAM M20 อยู่ในเคสกนน้ำ ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะกับการพกพา อุปกรณ์อย่างอื่นที่แถมมาได้แก่ [caption id="attachment_6575" align="aligncenter" width="1000"] SJCAM-M20[/caption] Waterproof case Clip 360 arc bracket 360 parallel bracket Arc bracket

GoPro HERO4 ลักษณะการใช้งานของทุกรุ่นจะคล้ายๆกัน เปิดเครื่องได้โดนดารกดปุ่มด้านหน้าเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องกดค้างไว้ หลังจากนั้นจะเป็นการเตรียมกล้อง GoPro จะพร้อมที่จะบันทึกภาพได้ กล้อง GoPro HERO4 Black เป็นกล้องที่บริษัทตั้งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้ามืออาชีพที่ต้องการได้ภาพวีดีโอที่คมชัดที่สุด เท่าที่จำทำได้จากกล้อง Action ตัวนี้ ราคาอยู่ที่ 18,000 บาท ถือว่าไม่แพงมากสำหรับกล้องที่ใช้ได้ทุกที่ทุกสถานการณ์แบบนี้ สามารถบันทึกภาพได้สูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30 FPS และสามารถบันทึกวีดีโอที่เคลื่อนไหลเร็ว หรือทำภาพสโลโมชั่นแบบมืออาชีพได้   [caption id="attachment_6510" align="aligncenter" width="851"] GoPro HERO4[/caption] ส่วนรุ่นรองลงมาคือ GoPro HERO4 Silver ราลงจะลดลงมาที่ประมาณ 14,000 บาท สามารถบนทึกภาพขนาด 4K ได้ที่ 15 FPS หรือบันทึกที่ 2.7K ที่ 30 FPS และถาพ HD 1080p ที่ความเร็ว 60 FPS และที่ 720p ที่ 120 FPS แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ GoPro HERO4 Silver มีหน้าจอระบบสัมผัสด้วย [caption id="attachment_6508" align="aligncenter" width="780"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 นั้นก่อนการบันทึกภาพนั้นจะต้องใส่ Micro SD การ์ด เข้าไปก่อน โดยสามารถใส่ได้สูงสุดถึง 64 GB ส่วนเรื่องความเร็วของ Micro SD การ์ด อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนักหากเป็นโหมดบันถึกภาพทั่วไป แต่ถ้าหากคุณจะบันทึกภาพความละเอียดในระดับ 2.7K หรือ 4K แล้วละก็ คุณจะต้องมองหาการ์ดที่มีความเร็วมากขึ้น [caption id="attachment_6507" align="alignnone" width="780"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 ทั้งสองรุ่นจะมีหน้าจอ LCD อยู่ที่ด้านหน้า หน้าจอนี้จะแสดงสถานะต่างๆ ว่าตอนนี้อยู่ในสถานะไหน เช่น Photo หรือ Video เพียงแค่กดปุ่มที่ด้านหน้าซ้ำๆ คุณก็สามารถเปลี่ยนไปค่าได้แล้ว ส่วนที่เพิ่มเค้ามาใน GoPro HERO4 ทั้งสองรุ่นคือปุ่มตั้งค่าที่ด้านข้างกล้อง โดยหากคุณกดปุ่มนี้ มันจะเปิดเมนูตั้งค่าสำหรับโหมดนั้นๆ แต่ถ้ากดค้างไว้จะเป็นการเปิดปิดระบบ WiFi ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างดีมาก [caption id="attachment_6515" align="aligncenter" width="749"] GoPro HERO4[/caption] กล้อง GoPro HERO4 การถ่ายในโหมดภาพนิ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้ถ่ายภาพเป็นจำนวนกี่ภาพ และความละเอียดเท่าไหร่ ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ หากคุณใช้กล้องแบบเก่าจนชิน ก็สามารถใช้งานการตั้งการแบบเดิมก็ได้   [caption id="attachment_6505" align="aligncenter" width="640"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 รุ่นพื้นฐานนั้นจะมีตัวเลือกน้อยกว่า เช่น ไม่สามารถเลือดโหมดเริ่มต้นได้ ไม่สามารถสั่งให้กล้องปิดเองอัตโนมัติได้เป็นต้น และอีกอย่างหนึ่งคือไม่สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้   [caption id="attachment_6506" align="aligncenter" width="640"] GoPro HERO4[/caption] [caption id="attachment_6503" align="aligncenter"

Ricoh Theta S คือกล้องในซีรีย์ Theta ที่ทำออกมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว เป็นกล้องถ่ายภาพ 360 องศา ที่พูดได้เลยว่า น่าจะเป็นแบรนด์เดียวที่ทำการตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สเปคของ Ricoh-Theta-S เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3" ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล(มี 2 ตัวด้านละตัว เมื่อรวมภาพจาก 2 ตัวแล้วจะได้ความละเอียดประมาณ 14.4 ล้านพิกเซล) ISO 100-1600 เลนส์ระยะ 1.3mm(เทียบเท่า 7.3mm ในระบบ 35mm)จำนวน 2 ฝั่ง เลนส์ทั้ง 2 ฝั่งมีรูรับแสงค่าเดียว F2.0 ความเร็วชัตเตอร์ 60 - 1/6400 วินาที(Manual Mode) ระยะโฟกัสใกล้สุด 10 เซนติเมตร ตั้งเวลาถ่ายภาพ(Time-lapse)ได้ ถ่ายภาพเคลื่อนไหว Full HD 1920x1080p 30 fps ถ่ายได้นานสุดคลิปละ 25 นาทีหรือ 4GB มี Wi-Fi ในตัว หน่วยความจำในตัว 8GB (ไม่สามารถเพิ่มได้) แบตเตอรี่ในตัว(ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้) แบตเตอรี่ถ่ายได้นาน 260 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง น้ำหนัก 125 กรัม [caption id="attachment_6467" align="aligncenter" width="142"] Ricoh-Theta-S[/caption] Ricoh-Theta-S มีตัวเครื่องสีดำด้านคล้ายยาง ทำให้กระชับมือดี ด้านหนัามีเพียงแค่การใส่ปุ่มชัตเตอร์ขนาดใหญ่ที่เดียวกับนิ้วโป้งทำให้กดถ่ายภาพได้ง่าย เลนส์กล้องจะนูนออกมาจากตัวเครื่องทั้ง 2 ด้าน [caption id="attachment_6476" align="aligncenter" width="430"] Ricoh-Theta-S[/caption] ส่วนด้านบนของกล้อง Ricoh-Theta-S มีรูไม่โครโฟน ด้านขวาของปุ่มชัตเตอร์เป็น เปิด/ปิด เครื่องและ เปิด/ปิด Wi-Fi สลับกับการใช้ถ่ายนิ่งกับวีดีโอ ข้างล่างมีพอร์ต HDMI, Micro และรูสำหรับติดขาตั้งกล้อง   [caption id="attachment_6477" align="alignnone" width="430"] Ricoh-Theta-S[/caption] การใช้งาน Ricoh-Theta-S Ricoh-Theta-S มีออกแบบกล้องให้อยู่ในรูปทรงที่ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกสมกับเป็นกล้อง 360 องศา ด้วยผิวสัมผัสที่กระชับมือ ปุ่มชัตเตอร์กดง่าย แต่ต้องระวังเรื่องเลนส์ที่นูนออกมา ซึ่งในกล่องจะแถมซองผ้ามาให้ด้วย ทำให้เก็บรักษาได้ง่ายขึ้น การถ่ายภาพของกล้อง Ricoh-Theta-S ก็แค่ยื่นตัวกล้องออกมาให้อยู่ในระดับที่ต้องการถ่ายภาพ แล้วกดชัตเตอร์ ก็จะสามารถเก็บภาพไว้ได้เรียบร้อยแล้ว การถ่ายวีดีโอ คุณก็สามารถชูกล้อง แล้วกดถ่ายได้เลย สามารถถ่ายวีดีโอที่มีความละเอียดสูงระดับ Full HD ได้ ประมาณ 50 นาที แต่จะถ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 25 นาที   [caption id="attachment_6463" align="aligncenter" width="560"] Ricoh-Theta-S[/caption] การเชื่อมต่อ กล้อง Ricoh-Theta-S ใช้การเชื่อมต่อด้วย Wi-FI ผ่านแอพ THETA S ที่ใช้ได้ทั้งใน iOS และ Android สามารถใช้ควบคุมการใช้กล้องได้

ทุนคนน่าจะรู้จักเจ้าตัวกล้อง GoPro กันดีอยู่แล้ว มันเป็นกล้องแอคชั่นแคมที่ราคาไม่เบาเลยทีเดียว ซึ่ง GOPro ไม่ได้ทำแต่กล้องขายแค่นั้น แต่ยังทำอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้งานคู่ไปกับ GoPro [caption id="attachment_6446" align="aligncenter" width="640"] GoPro-Seeker[/caption] GoPro Seeker คือกระเป๋าเป้กำหรับบรรจุสิ่งของ ที่จะรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้ามาอยู่ในใบนี้ใบเดียว ทั้งเป็น mount สำหรับติดกล้อง GoPro ที่บริเวณหัวไหล่ ที่หน้าอก และเหนือหัวไหล่ [caption id="attachment_6431" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของถึง 16 ลิตร ที่ยังไม่รวมกับพื้นที่เก็บกล้อง GoPro อีก 5 ตัว และอุปกรณ์อื่นๆ และยังมีพื้นที่สำหรับการเก็บถุงน้ำ 2 ลิตร อีกด้วย กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ผลิตออกมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศ ทำให้คุณสามารถถ่ายกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายหลายมุมมอง โดยไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะเกิดความเสียหายอีกต่อไป [caption id="attachment_6429" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] กระเป๋าใบนี้มีความทนทานสูงและมีความกระชับ คุณสามารถสะพายออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสือภูเขา, ปีนเขา, ล่องแก่ง หรือแม่แต่การถ่ายภาพในขณะที่กำลังท่องเที่ยวในที่ต่างๆ   [caption id="attachment_6432" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] GoPro Seeker ถือว่าน่าสนใจมากๆ ด้วยขนาด 19x9.5x5 นิ้ว ถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ใช้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวและใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี   [caption id="attachment_6438" align="aligncenter" width="698"] GoPro-Seeker[/caption]   https://www.youtube.com/watch?v=FY6LLU5ePlM   สามารถศึกษารายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://shop.gopro.com/International/accessories-2/seeker/AWOPB-001.html  

DJI Osmo Mobile เป็น gimbal ที่รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนตัวแรก ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเพิ่มประสบการณ์การถ่ายภาพและถ่ายวีดีโอมากขึ้น DJI Osmo Mobile คือ ไม่กันสั่น หรือชื่อทางการคือ Bimbal Stabilizer ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟน ช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่งมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้วีดีโอที่สั่นนั้นเปลี่ยนเป็นนิ่งเหมือนถ่ายรูปจากกล้องโปรเลยทีเดียว แกะกล่อง ภายในกล่องนอกจากจะมีตัว Osmo Mobile แล้วยังมีสายชาร์ทแบตแบบ 3.5 mm. พอร์ต USB-A 3.5 mm. จะอยู่ที่ด้านหลังของด้ามจับ พร้อมสายรัดข้อมือและซองสำหรับใส่ Osmo Mobile   [caption id="attachment_6378" align="aligncenter" width="600"] DJI-Osmo-Mobile[/caption] ที่ด้านหน้าของด้ามจับจะเป็นแผงควบคุม ประกอบด้วยปุ่มคอนโทรลแบบ joystick ทีไว้สำหรับปรับองศาและแพนกล้อง ปุ่มถ่ายวีดีโอและปุ่มถ่ายภาพนิ่ง ด่านหลังเป็นปถ่มควบคุมแบบไกปืน stabilize ตัวกล้องต้อวกดค้างเอาไว้ เวลาถ่ายวีดีโอและภาพนิ่ง หากกด 2 ครั้ง จะเป็นการ calibrate ตัวสมาร์ทโฟนใหเกลับมาในตำแหน่งตั้งตรง และถ้ากด 3 ครั้ง จะเป็นการสลับกล้องหน้าและกล้องหลัง ด้านบนของปุ่มควบคุมจะเป็นพอร์ต 3.5 mm. สำหรับชาร์ทแบตเตอรี่ ด้านซ้ายมือเป็นช่องสำหรับต่อและล็อกอุปกรณ์อื่นๆ เช่นไมโครโฟน   [caption id="attachment_6377" align="aligncenter" width="600"] DJI-Osmo-Mobile[/caption] สำหรับการใส่สมาร์ทโฟนให้เข้าที่ จะใช้ที่หมุนเพื่อขยาย mount ให้พอดีกับขนาดของสมาร์ทโฟน และหมุนปิดเพื่อล็อก ที่ด้ามของแกนนอนจะมีที่หมุนอีกที่ สำหรับปรับบาลานซ์ของสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์ต่างๆ และการใช้งาน DJI Osmo Mobile สามารเชื่อมต่อกับแอพ DJI Go ได้ผ่าน Bluetooth 4.0 LE และการใช้งานถ่ายวีดีโอและภาพนิ่งสามารถทำได้ด้วยผ่านแอพ DJI Go ได้ทั้งหมด แล้วความละเอียดและคุณภาพของวีดีโอและภาพนิ่ง จะขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ของสมาร์ทของเราเป็นตัวหลัก   [caption id="attachment_6380" align="aligncenter" width="558"] DJI-Osmo-Mobile[/caption] DJI Osmo Mobile มีแกนกันสั่น 3 แกน เพียงแค่กดปุ่ม trigger ที่ด้านหลังค้างเอาไว้จะทำให้ช่วยซับแรงและลดการสั่นเวลาใช้งานไปได้ค่อนข้างมาก ที่สำคัฐคือถ้าต้องการถ่ายภาพในที่ๆ มีแสงน้อย Osmo Mobile ช่วยให้เราถ่ายภาพได้คมชัด โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ในขณะที่แอพ DJI Go สามารถปรับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ได้ด้วย   [caption id="attachment_6401" align="aligncenter" width="640"] DJI-Osmo-Mobile[/caption] ฟีเจอร์ที่เด่นๆ ของ DJI-Osmo-Mobile คือ Active Track ที่ทำให้สมาร์ทโฟนตรวจจับใบหน้าและติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้อัตโนมัติ ช่วยให้การถ่ายวีดีโอทำได้ด้วยตัวคนเดียว นอกจากนี้การถ่ายวีดีโอที่มาพร้อมกับแอพ DJI Go ยังมี Timelapse และ Motion Timelapse ไปพร้อมๆ กับการแพนกล้อง การถ่ายภาพนิ่งมีฟีเจอร์พาโนรามาโดยจะแพนกล้องอัตโนมัติ ช่วยให้ได้ภาพที่สมบูรณ์มากกว่าการถือสมาร์ทโฟนถ่ายด้วยตัวเอง   [caption id="attachment_6376" align="aligncenter" width="600"] DJI-Osmo-Mobile[/caption] แอพ DJI Go ยังรองรับการ Live สดผ่าน Youtube ได้ผ่านตัวแอพโดยตรง

DJI Mavic Drone มีขนาดค่อนข้างเล็กมาก ลบภาพของ Phantom 4 ที่ต้องใช้กรเป๋าเป้มาสะพายแบกไปไหนมาไหนได้เลย DJI Mavic Drone ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์นักเดินทางท่องเที่ยวมาก คือมันสะดวกในการพกพา มันมีขนาดเล็กมากและพกพาง่าย ตัวโดรนสามารถพับและถือมือเดียวได้ น้ำหนักประมาณ 700 กรัม รีโมทมีการออกแบบให้พับและเสียบมือถือเข้าไปเพื่อใช้เป็นจอดูภาพได้ เล็กจนไม่น่าเชื่อว่ามันคือรีโมทที่ทีระยะทำการสูงสุดถึง 5 กิโลเมตร   [caption id="attachment_6339" align="aligncenter" width="640"] DJI-Mavic-Drone[/caption] เนื่องด้วย DJI-Mavic-Drone มีขนาดเล็ก เวลาพกเข้าไปในสถานที่ต่างๆ ก็ง่ายไม่สะดุดตา เนื่องจากเดี๋ยวนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะโดนเทรนมาว่ากระเป๋าเป้กระดองใหญ่ๆ ที่ทีคำว่า DJI มันคือโดรน ถ้าเห็นต้องรายงานหัวหน้าหน่อย   [caption id="attachment_6354" align="aligncenter" width="600"] DJI-Mavic-Drone[/caption] แม้ว่าจะโยนขึ้นฟ้าแล้วกางบินเองเหมือนในเกมส์ไม่ได้ แต่ DJI-Mavic-Drone ตัวนี้ก็ทำได้ดีมาก ใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งนาทีในการ Take Off [caption id="attachment_6340" align="aligncenter" width="640"] DJI-Mavic-Drone[/caption] มาพูดถึงอีกเนื่องที่น่าสนใจสุดๆ คือ มันบินง่ายมาก เรียกได้ว่าเป็นการบินระบบ Sensors ต่างๆ ของ DJI-Mavic-Drone ทำมาได้ดีมาก และใช้งานได้จริง เราไม่จำเป็นต้องฝึกบิรมาก่อนก็สามารถใช้บินได้เลยง่ายๆ   [caption id="attachment_6350" align="aligncenter" width="600"] DJI-Mavic-Drone[/caption] 1. ระบบ TakeOff กับ Landing ง่ายและปลอดภัยมากๆ เราสามารถกดปุ่มเดียวเพื่อทำการ Takeoff ได้เลย โดยที่เครื่องจะดีดตัวขึ้นมาลองนิ่งๆ เหนือพื้นประมาณ 120 เซนติเมตร และมีระบบ Precision Landing มาช่วยในการลงจอด ยังไงก็ไม่เกิดกรณีบังคับกระแทกพื้นแน่นอนไม่ว่าเราจะลดระดับลงเร็วขนาดไหน เมื่อ Ultrasonic Sensor จับได้ว่่าใกล้ถึงพื้นแล้ว ตัวเครื่องจะเข้าสู่โหมด Landing Sequent และลงจอดเอง 2. ความนิ่ง นิ่งมากๆ เมื่อ Take Off แล้วปล่อยมือจากรีโมทเดินไปได้เลย ความนิ่งและความเสถียรของมันนี่เองทำให้มือใหม่ก็สามารถจับแล้วบินได้เลยทันที 3. ระบบเซนเซอร์และความปลอดภัยต่างๆ ตัวเครื่องจะมี Ultrasonic และ Optical Sensors รอบตัว เพื่อนช่วยในการหลักเลี่ยงสิ่งกีดขวางต่างๆ ใช้งานได้จริงในโหมดต่างๆ หรือแม้กระทั้งการลาดเอียงของพื้นเวลาเราเดินขึ้นเขาหรือลงเขา   [caption id="attachment_6352" align="aligncenter" width="600"] DJI-Mavic-Drone[/caption] เรื่องสุดยอดอีกอย่างของ DJI-Mavic-Drone คือระบบ Positioning ของตัวเครื่อง มันทำได้ละเอียดและเนียนกริ๊บมากๆ   [caption id="attachment_6351" align="aligncenter" width="600"] DJI-Mavic-Drone[/caption] ข้อดีของ มีขนาดเล็กพกพาง่าย ติดตัวไปได้ทุกที่ ตั้งค่าก่อนบินได้เร็วมาก บิ่งได้บิ่งและเสถียรมากๆ มือใหม่สามารถใช้ได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำตก ถ่ายวีดีโอ 4K ได้ ถ่ายไฟล์ RAW ได้ ระยะใช้งานไกลขึ้นมาก แบตใช้ได้นานกว่า Phantom 4 ข้อเสียของ ราคาค่อนข้างแพง รอคิวรับของนานเพราะสินค้าขาดตลาด Optical sensors ใช้งานตอนกลางคืนไม่ได้ App ของโดรนกินแบบของโทรศัพท์มือถือมาก เพราะ save cache ลงมือถือให้ด้วยตลอด [caption id="attachment_6343" align="aligncenter" width="1000"] DJI-Mavic-Drone[/caption] ข้อมูลเพิ่มเติมของ

Fujifilm X100F กล้อง Compact ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งต่อยอดมาจาก Fujifilm-X100T ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 พร้อมกับกล้อง Fujifilm X-T20 มี 2 สี นั้นก็คือ สีดำและสีเงิน สเปคโดนรวมของ Fujifilm X100F เซนเซอร์ X-Trans CMOS III ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เลนส์ 23mm f/2 (เทียบเท่าเลนส์ 35 mm ในกล้อง Full frame) จุดโฟกัส 325 จุด เป็นจุดโฟกัสแบบ Phase Detection Auto Focus (PDAF) 169 จุด มี Wifi ในตัว ทำให้ส่งภาพได้ง่ายๆ Viewfinder สามารถเลือกให้เป็นได้ทั้ง OVF (ภาพจริงผ่านช่องมองภาพ) และ EVF (ภาพจากจอในช่องมองภาพ) โดย EVF มีความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล หน้าจอหลังขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซล ISO สูงสุด 51,200 ความเร็วซัตเตอร์สูงสุด 1/32,000 ในโหมดซัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพต่อวินาที ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p 60 fps เสียบไมค์แบบ 2.5 mm ได้ [caption id="attachment_6300" align="aligncenter" width="596"] Fujifilm-X100F[/caption] การควบคุม Fujifilm X100F เป็นกล้องตัวที่ 4 ในตระกูล Fuji X (F คือ Fourth หรือสี่) แม้ว่าหน้าตากล้งจะเป็นสไตล์เรทโทร คล้ายรุ่นก่อนๆ แต่รูปแบบการใช้งานหลายๆ อย่างก็พัฒนาให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่พัฒนาขึ้น จุดที่แตกต่างหลักๆ ใน Fujifilm-X100F คือ Joystick ที่เพิ่มเข้ามา ใช้สำหรับเลื่อนจุดโฟกัส แม้กล้องจะไม่มีระบบหน้าจอสัมผัส แต่ก็สามารถใช้จอยเลื่อนตำแหน่งโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว ปุ่มควบคุมที่อยู่ด้านซ้ายของจอคือ View Mode, ลบรูป, ดูรูปและปุ่มเปิด WI-Fi ที่มีเหมือนกับ X100 รุ่นแรกๆ ทำให้สามารถควบคุมได้ด้วยมือเดียว ปุ่ม Drive ที่กดกันบ่อยๆ ก็มาอยู่รวมกันเป็นหนึงในปุ้ม 4 ทิศทาง   [caption id="attachment_6302" align="aligncenter" width="432"] Fujifilm-X100F[/caption] ใน Fujifilm-X100F ปุ่มวงแหวนด้สนหน้าเลนส์สามารถทำได้หลายอย่าง เช่น เปลี่ยนสีขอภาพ หรือปรับการซูมดิจิทัล (Digital Teleconverter) ทำให้กล้องเลนส์ฟิกที่ซูมไม่ได้ตัวนี้ สามารถซูมได้สะดวกยิ่งขึ้น และที่ด้านบนยังมีวงแหวะปรับ ISO