Lorem ipsum dolor sit amet gravida nibh vel velit auctor aliquet. Aenean sollicitudin, lorem quis bibendum auci. Proin gravida nibh vel veliau ctor aliquenean.
+01145928421
mymail@gmail.com

Action Cam

SJCAM M20 กล้องแอ็คชั่นแคมระดับ 4K กล้องของยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อเรื่องกล้อง Action Camera ในราคาประหยัด โดยมีโมเดลที่ฮิตๆกันคือ SJ4000, SJ5000 และโมเดลใหม่อย่าง SJCAMM20 รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K/2K [caption id="attachment_6576" align="aligncenter" width="640"] SJCAM-M20[/caption] จุดเด่นของ SJCAM M20 ใช้เซนเซอร์ของ SONY IMX206 ให้ความละเอียดของภาพนิ่งที่ระดับ 16 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพนิ่งแบบ RAW file เพื่อนำไปโปรเซสภาพผ่านโปรแกรมอย่าง Adobe Lightroom ได้ด้วยครับ สามารถถ่ายวีดีโอในระดับความละเอียดดังต่อไปนี้ 4K/24fps (2880 x 2160) 2K/30fps (2560 x 1440) Full-HD 1080p/60fps (1920 x 1080) HD 720p/120fps (1280 x 720) WVGA/240fps มีระบบกันสั่น Gyro Anti-shake ซึ่งเป็นระบบกันสั่นแบบ Hardware ช่วยลดการสั่นไหวของวีดีโอขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว สามารถปรับมุมกว้า/แคบของหน้าเลนส์ได้ ตามระยะใช้งานที่ต้องการ ให้มุมมองกว้างสุดที่ 166 องศา มีเคสกันน้ำให้ในชุด สามารถดำน้ำได้ลึก 30 เมตร รูปแบบไฟล์วีดีโอสามารถเลือกบันทึกได้ทั้งแบบ MP4 และ MOV รองรับเม็มโมรี่การ์ดแบบ micro SD สูงสุด 128 GB หน้าจอมีขนาด 1.5 นิ้ว พอร์ตเชื่อมต่อ AV-Out และ HDMI ขนาด 40 x 23 x 54 มม. น้ำหนักเพียง 54 กรัม รองรับรีโมทแบบ Hardware รูปทรงคล้ายนาฬิกาข้อมือ เชื่อมต่อด้วยบลูทูธสำหรับควบคุมการใช้งานต่างๆ (ซื้อแยกนะครับ) รองรับการติดตั้งกับโดรน [caption id="attachment_6556" align="alignnone" width="640"] SJCAM-M20[/caption] SJCAM M20 กล้องแอ็คชั่นแคมรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สามารถช่วยให้เราบันทึกภาพกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมได้แบบไร้ขีดจำกัด โดยกล้อง SJCAM M20 นี้สามารถใช้ได้ทั้งกลางแจ้ง ใต้น้ำ ในร่ม หรือเอาไปติดรถยนต์ก็ได้ และยังรองรับ Bluetooth Remote อีกด้วย ในกล่องมีอะไรบ้าง เปิดกล่องมาจะพบกับตัวกล้อง SJCAM M20 อยู่ในเคสกนน้ำ ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะกับการพกพา อุปกรณ์อย่างอื่นที่แถมมาได้แก่ [caption id="attachment_6575" align="aligncenter" width="1000"] SJCAM-M20[/caption] Waterproof case Clip 360 arc bracket 360 parallel bracket Arc bracket

Sony HDR AS50R Sony HDR AS50R ที่สุดของการถ่ายภาพเคลื่อนไหว สามารถจับภาพที่มีการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถถ่ายภาพที่มีการสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี เช่น ใช้ในการบันทึกขณะที่คุณกำลังปั่นจักรยานในทางที่ขุระ การบันทึกภาพ เพื่อใช้ถ่ายทอดสดได้โดยอัตโนมัติ รีโมท Live-View เพื่อการควบคุมที่ง่ายดาย คู่หูที่ลงตัวสู่ความสำเร็จในการถ่ายภาพ รีโมท Live-View ให้คุณควบคุมการตั้งค่าการถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่และตอนนี้คุณยังสามารถเปิด/ปิดได้อีกด้วย ทั้งสองอุปกรณ์มี UI ที่ใช้งานง่ายแบบเดียวกันเพื่อการร่วมมือทำงานที่ราบรื่น ไม่ว่าจะถ่ายภาพแบบไหนหรือที่ไหน กล้องและรีโมทของคุณก็จะซิงค์กันและพร้อมสำหรับการผจญภัย รีโมท Live-View แบบเมาท์ที่มีความยืดหยุ่น รีโมทคอนโทรลแบบใหม่ขนาดกะทัดรัดนี้ ไม่เพียงเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับสวมข้อมือ แต่ยังทำหน้าที่เป็นคอนโทรลเลอร์แบบเมาท์ ร่วมกับอะแดปเตอร์เมาท์และอุปกรณ์เสริมแบบเมาท์อื่นๆ และควบคุมได้เต็มที่ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi พร้อมกับเปิด/ปิดกล้องผ่าน Bluetooth แบบใหม่เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ SteadyShot™ ขจัดการสั่นไหวและพร่ามัว ไม่ว่าจะเป็นหนทางสุดหินไปจนถึงการโต้ฝ่าเกลียวคลื่นสุดผาดโผน คุณก็ต้องการถ่ายภาพวิดีโอที่คมชัดที่ผู้ชมของคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการรับชมอย่างแท้จริง SteadyShot™ จะชดเชยการสั่นของภาพบนเซนเซอร์ ส่งผลให้ระดับโมชั่นเบลอและสัญญาณรบกวนลดลงแม้ในที่แสงน้อย เลนส์ ZEISS® Tessar กว้างพิเศษที่คมชัด ถ่ายภาพมุมกว้างสุดอลังการด้วยเลนส์ ZEISS® Tessar หรือเลือกมุมมองมาตรฐานที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด คุณจะสามารถจับภาพที่สวยงามได้ไม่ว่าจะอยู่บนเนินเล่นสกีที่ท้าทาย เส้นทางเดินภูเขา กระแสน้ำไหลคดเคี้ยว หรือถนนลาดยางที่เป็นหลุมบ่อ ฟังก์ชันการปรับมุมมองภาพ พบกับความยืดหยุ่นกว่าเดิมที่จะเปลี่ยนการถ่ายภาพแบบเคลื่อนไหวของคุณด้วยเอฟเฟกต์อันน่าทึ่งและเติมความตื่นตาตื่นใจ เช่น คุณสามารถสลับมุมมองภาพไปมาระหว่าง “กว้าง” 2 และ “แคบ” ได้สองระดับ นอกจากนี้ โหมดซูมที่ปรับได้ต่อเนื่องช่วยให้คุณเปลี่ยนการซูมขณะที่ถ่ายอยู่ได้ ไมค์สเตอริโอเก็บเสียงได้อย่างมีคุณภาพ สร้างภาพยนตร์ให้ดียิ่งกว่าเดิมด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม ไมโครโฟนสเตอริโอในตัวช่วยให้คุณบันทึกเสียงของการผจญภัยของคุณในแบบสเตอริโอสองแทร็คได้อย่างเป็นธรรมชาติ เสียงชัดใสพร้อมลดเสียงรบกวนช่วยเสริมให้ผลงานภาพยนตร์มีความประณีตยิ่งขึ้น การควบคุมด้วยตนเองเพื่อผลงานภาพยนตร์แสนละเอียดประณีต พบกับคุณสมบัติการถ่ายทำที่เหนือชั้นเพื่อภาพยนตร์แอ็คชั่นอันน่าตื่นเต้น ให้คุณแชร์อวดครอบครัว เพื่อน และแฟนๆ ได้ไม่อายใคร ใช้การตั้งค่าด้วยตนเองขั้นสูง เช่น สมดุลสีขาวและ AE Shifting รวมถึงการปรับความสว่างและสีให้ตรงกับภาพจากกล้องบันทึกวิดีโอตัวอื่นเพื่อให้ตัดต่อภาพยนตร์ได้ง่ายขึ้น เผยทักษะและสไตล์ของคุณทั้งการกำกับและแสดงหนังแอ็คชั่น Live Streaming 5 ผ่านทาง Ustream® แชร์การเล่นสกี โต้คลื่นลูกยักษ์ (และเกลียวคลื่นที่กลืนกิน) ในแบบเรียลไทม์ สตรีมฉากในทันทีที่เกิดขึ้นด้วยภาพและเสียงคุณภาพสูง 120 fps ที่ความละเอียด HD สำหรับวิดีโอแบบสโลว์โมชั่น ดูทุกรายละเอียดของการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในแบบสโลว์โมชั่นที่ราบรื่น ด้วยการบันทึกแบบอัตราเฟรมสูง 120 fps ที่ความละเอียด HD6 การถ่ายภาพต่อเนื่อง จับภาพกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วด้วยการถ่ายภาพต่อเนื่อง ซึ่งให้คุณถ่ายภาพคุณภาพสูงได้มากที่สุดถึงแปดภาพ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางหรือการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้กลายเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชอบกลับมาดูภาพย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์สไตล์ของตนเอง การตั้งค่าได้แก่ 8 fps/1 วินาที, 5 fps/2 วินาที และ 2 fps/5 วินาที Motion Shot LE จับภาพทุกจังหวะการเคลื่อนไหวในเฟรมเดียว คุณสมบัตินี้จะสร้างภาพรวมของวัตถุที่เคลื่อนไหว ด้วยการตั้งค่าหลายๆ แบบเพื่อความรวดเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ระดับต่างๆ ซึ่งได้แก่ 8 fps/1 วินาที, 5 fps/2 วินาที และ 2 fps/5 วินาที สเป็กเครื่อง เซนเซอร์ ประเภทเซนเซอร์ เซนเซอร์ "Exmor R" CMOS 1/2.3 type (7.77 มม.) ที่ได้รับแสงจากด้านหลัง พิกเซลที่ใช้งานจริง (วิดีโอ) ประมาณ 11.1 ล้านพิกเซล พิกเซลที่ใช้งานจริง (ภาพนิ่ง) ประมาณ 11.1 ล้านพิกเซล เลนส์ ประเภทเลนส์ ZEISS® Tessar F-NUMBER

GoPro HERO4 ลักษณะการใช้งานของทุกรุ่นจะคล้ายๆกัน เปิดเครื่องได้โดนดารกดปุ่มด้านหน้าเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องกดค้างไว้ หลังจากนั้นจะเป็นการเตรียมกล้อง GoPro จะพร้อมที่จะบันทึกภาพได้ กล้อง GoPro HERO4 Black เป็นกล้องที่บริษัทตั้งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้ามืออาชีพที่ต้องการได้ภาพวีดีโอที่คมชัดที่สุด เท่าที่จำทำได้จากกล้อง Action ตัวนี้ ราคาอยู่ที่ 18,000 บาท ถือว่าไม่แพงมากสำหรับกล้องที่ใช้ได้ทุกที่ทุกสถานการณ์แบบนี้ สามารถบันทึกภาพได้สูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30 FPS และสามารถบันทึกวีดีโอที่เคลื่อนไหลเร็ว หรือทำภาพสโลโมชั่นแบบมืออาชีพได้   [caption id="attachment_6510" align="aligncenter" width="851"] GoPro HERO4[/caption] ส่วนรุ่นรองลงมาคือ GoPro HERO4 Silver ราลงจะลดลงมาที่ประมาณ 14,000 บาท สามารถบนทึกภาพขนาด 4K ได้ที่ 15 FPS หรือบันทึกที่ 2.7K ที่ 30 FPS และถาพ HD 1080p ที่ความเร็ว 60 FPS และที่ 720p ที่ 120 FPS แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ GoPro HERO4 Silver มีหน้าจอระบบสัมผัสด้วย [caption id="attachment_6508" align="aligncenter" width="780"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 นั้นก่อนการบันทึกภาพนั้นจะต้องใส่ Micro SD การ์ด เข้าไปก่อน โดยสามารถใส่ได้สูงสุดถึง 64 GB ส่วนเรื่องความเร็วของ Micro SD การ์ด อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนักหากเป็นโหมดบันถึกภาพทั่วไป แต่ถ้าหากคุณจะบันทึกภาพความละเอียดในระดับ 2.7K หรือ 4K แล้วละก็ คุณจะต้องมองหาการ์ดที่มีความเร็วมากขึ้น [caption id="attachment_6507" align="alignnone" width="780"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 ทั้งสองรุ่นจะมีหน้าจอ LCD อยู่ที่ด้านหน้า หน้าจอนี้จะแสดงสถานะต่างๆ ว่าตอนนี้อยู่ในสถานะไหน เช่น Photo หรือ Video เพียงแค่กดปุ่มที่ด้านหน้าซ้ำๆ คุณก็สามารถเปลี่ยนไปค่าได้แล้ว ส่วนที่เพิ่มเค้ามาใน GoPro HERO4 ทั้งสองรุ่นคือปุ่มตั้งค่าที่ด้านข้างกล้อง โดยหากคุณกดปุ่มนี้ มันจะเปิดเมนูตั้งค่าสำหรับโหมดนั้นๆ แต่ถ้ากดค้างไว้จะเป็นการเปิดปิดระบบ WiFi ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างดีมาก [caption id="attachment_6515" align="aligncenter" width="749"] GoPro HERO4[/caption] กล้อง GoPro HERO4 การถ่ายในโหมดภาพนิ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้ถ่ายภาพเป็นจำนวนกี่ภาพ และความละเอียดเท่าไหร่ ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ หากคุณใช้กล้องแบบเก่าจนชิน ก็สามารถใช้งานการตั้งการแบบเดิมก็ได้   [caption id="attachment_6505" align="aligncenter" width="640"] GoPro HERO4[/caption] GoPro HERO4 รุ่นพื้นฐานนั้นจะมีตัวเลือกน้อยกว่า เช่น ไม่สามารถเลือดโหมดเริ่มต้นได้ ไม่สามารถสั่งให้กล้องปิดเองอัตโนมัติได้เป็นต้น และอีกอย่างหนึ่งคือไม่สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้   [caption id="attachment_6506" align="aligncenter" width="640"] GoPro HERO4[/caption] [caption id="attachment_6503" align="aligncenter"

Ricoh Theta S คือกล้องในซีรีย์ Theta ที่ทำออกมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว เป็นกล้องถ่ายภาพ 360 องศา ที่พูดได้เลยว่า น่าจะเป็นแบรนด์เดียวที่ทำการตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สเปคของ Ricoh-Theta-S เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3" ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล(มี 2 ตัวด้านละตัว เมื่อรวมภาพจาก 2 ตัวแล้วจะได้ความละเอียดประมาณ 14.4 ล้านพิกเซล) ISO 100-1600 เลนส์ระยะ 1.3mm(เทียบเท่า 7.3mm ในระบบ 35mm)จำนวน 2 ฝั่ง เลนส์ทั้ง 2 ฝั่งมีรูรับแสงค่าเดียว F2.0 ความเร็วชัตเตอร์ 60 - 1/6400 วินาที(Manual Mode) ระยะโฟกัสใกล้สุด 10 เซนติเมตร ตั้งเวลาถ่ายภาพ(Time-lapse)ได้ ถ่ายภาพเคลื่อนไหว Full HD 1920x1080p 30 fps ถ่ายได้นานสุดคลิปละ 25 นาทีหรือ 4GB มี Wi-Fi ในตัว หน่วยความจำในตัว 8GB (ไม่สามารถเพิ่มได้) แบตเตอรี่ในตัว(ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้) แบตเตอรี่ถ่ายได้นาน 260 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง น้ำหนัก 125 กรัม [caption id="attachment_6467" align="aligncenter" width="142"] Ricoh-Theta-S[/caption] Ricoh-Theta-S มีตัวเครื่องสีดำด้านคล้ายยาง ทำให้กระชับมือดี ด้านหนัามีเพียงแค่การใส่ปุ่มชัตเตอร์ขนาดใหญ่ที่เดียวกับนิ้วโป้งทำให้กดถ่ายภาพได้ง่าย เลนส์กล้องจะนูนออกมาจากตัวเครื่องทั้ง 2 ด้าน [caption id="attachment_6476" align="aligncenter" width="430"] Ricoh-Theta-S[/caption] ส่วนด้านบนของกล้อง Ricoh-Theta-S มีรูไม่โครโฟน ด้านขวาของปุ่มชัตเตอร์เป็น เปิด/ปิด เครื่องและ เปิด/ปิด Wi-Fi สลับกับการใช้ถ่ายนิ่งกับวีดีโอ ข้างล่างมีพอร์ต HDMI, Micro และรูสำหรับติดขาตั้งกล้อง   [caption id="attachment_6477" align="alignnone" width="430"] Ricoh-Theta-S[/caption] การใช้งาน Ricoh-Theta-S Ricoh-Theta-S มีออกแบบกล้องให้อยู่ในรูปทรงที่ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกสมกับเป็นกล้อง 360 องศา ด้วยผิวสัมผัสที่กระชับมือ ปุ่มชัตเตอร์กดง่าย แต่ต้องระวังเรื่องเลนส์ที่นูนออกมา ซึ่งในกล่องจะแถมซองผ้ามาให้ด้วย ทำให้เก็บรักษาได้ง่ายขึ้น การถ่ายภาพของกล้อง Ricoh-Theta-S ก็แค่ยื่นตัวกล้องออกมาให้อยู่ในระดับที่ต้องการถ่ายภาพ แล้วกดชัตเตอร์ ก็จะสามารถเก็บภาพไว้ได้เรียบร้อยแล้ว การถ่ายวีดีโอ คุณก็สามารถชูกล้อง แล้วกดถ่ายได้เลย สามารถถ่ายวีดีโอที่มีความละเอียดสูงระดับ Full HD ได้ ประมาณ 50 นาที แต่จะถ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 25 นาที   [caption id="attachment_6463" align="aligncenter" width="560"] Ricoh-Theta-S[/caption] การเชื่อมต่อ กล้อง Ricoh-Theta-S ใช้การเชื่อมต่อด้วย Wi-FI ผ่านแอพ THETA S ที่ใช้ได้ทั้งใน iOS และ Android สามารถใช้ควบคุมการใช้กล้องได้

ทุนคนน่าจะรู้จักเจ้าตัวกล้อง GoPro กันดีอยู่แล้ว มันเป็นกล้องแอคชั่นแคมที่ราคาไม่เบาเลยทีเดียว ซึ่ง GOPro ไม่ได้ทำแต่กล้องขายแค่นั้น แต่ยังทำอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้งานคู่ไปกับ GoPro [caption id="attachment_6446" align="aligncenter" width="640"] GoPro-Seeker[/caption] GoPro Seeker คือกระเป๋าเป้กำหรับบรรจุสิ่งของ ที่จะรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้ามาอยู่ในใบนี้ใบเดียว ทั้งเป็น mount สำหรับติดกล้อง GoPro ที่บริเวณหัวไหล่ ที่หน้าอก และเหนือหัวไหล่ [caption id="attachment_6431" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของถึง 16 ลิตร ที่ยังไม่รวมกับพื้นที่เก็บกล้อง GoPro อีก 5 ตัว และอุปกรณ์อื่นๆ และยังมีพื้นที่สำหรับการเก็บถุงน้ำ 2 ลิตร อีกด้วย กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ผลิตออกมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศ ทำให้คุณสามารถถ่ายกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายหลายมุมมอง โดยไม่ต้องกังวลว่ากล้องจะเกิดความเสียหายอีกต่อไป [caption id="attachment_6429" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] กระเป๋าใบนี้มีความทนทานสูงและมีความกระชับ คุณสามารถสะพายออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสือภูเขา, ปีนเขา, ล่องแก่ง หรือแม่แต่การถ่ายภาพในขณะที่กำลังท่องเที่ยวในที่ต่างๆ   [caption id="attachment_6432" align="aligncenter" width="780"] GoPro-Seeker[/caption] GoPro Seeker ถือว่าน่าสนใจมากๆ ด้วยขนาด 19x9.5x5 นิ้ว ถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ใช้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวและใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี   [caption id="attachment_6438" align="aligncenter" width="698"] GoPro-Seeker[/caption]   https://www.youtube.com/watch?v=FY6LLU5ePlM   สามารถศึกษารายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://shop.gopro.com/International/accessories-2/seeker/AWOPB-001.html  

gopro hero5 GoPro Hero5 Black และ Hero5 Session สุดยอดแอ็คชั่นแคมเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด แต่อะไรคือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างกล้องทั้งสองตัวนี้ เรามาดูข้อเปรียบเทียบระหว่าง GoPro Hero5 Black กับ GoPro Hero5 Session กัน Design (การออกแบบ) [caption id="attachment_5553" align="aligncenter" width="600"] GoPro Hero 5 Black[/caption] มาดูตัวแรก GoPro Hero 5 Black ไม่จำเป็นต้องใส่เคสอีกต่อไป เพราะสามารถลงน้ำได้ถึง 33 ฟุต (10 เมตร) หน้าจอสัมผัสขนาด 2 นิ้ว มี GPS จับตำแหน่งที่ถ่ายภาพและวีดีโอ สามารถตั้งค่าและปรับแต่งภาพบนจอได้เลย นอกจากนี้ยังมีขนาดเล็ก มีจอ LCD สี่เหลี่ยมจัตุรัสแสดงรายละเอียดแบตเตอรี หน่วยความจำและ frame rate ในขณะนั้น มีการควบคุมที่เรียบง่ายด้วยปุ่มเดียวอยู่ทางด้านบน ซึ่งจะใช้เปิดปิดเครื่องกับบันทึกภาพ และพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์ทและเชื่อมต่อ [caption id="attachment_5554" align="aligncenter" width="600"] GoPro Hero 5 Session[/caption] GoPro Hero 5 Session มีลักษณะคล้ายคลึงกับรุ่นยอดนิยม ตัวกล้องขนาดเล็กแต่มีความทนทาน ที่ด้านบนของตัวกล้องมีปุ่มเปิดปิดและบันทึกภาพ ถัดจากปุ่มจะเป็นจอ LCD ขนาดเล็กที่แสดงรายเอียดต่างๆ ด้านหน้ามีไฟ LED ขนาดเล็กอยู่ที่มุมขวาบนเหนือเลนส์ เพื่อแสดงเมื่ออยู่ในโหมดบันทึก และมีไมโครโฟนอยู่ที่มุมซ้ายบนเหนือเลนส์ กล้องทั้งสองตัวมาพร้อมกับเคสพลาสติกมาตรฐาน ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะติดตั้งกล้องกับ handlebars saddle rails หรือสายรัดหน้าอก คุณจะต้องนำเคสมาใส่ไว้ก่อน Specs and Features (สเปคและคุณสมบีติต่างๆ) GoPro Hero 5 Black และ GoPro Hero 5 Session ถ่ายภาพวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที (นอกจากนี้ยังมี 1440p/60fps และ 1080p/90fps) กล้องทั้งสองยังสามารถถ่ายภาพนิ่งได้ ตัว GoPro Hero 5 Black สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 12 ล้านพิกเซล มีโหมดบันทึกภาพ RAW และ WDR (Wide Dynamic Range) หรือในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องจะถ่ายภาพที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที ตัว Hero 5 Session ถ่ายภาพนิ่งได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 10 ล้านพิกเซล ในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องจะถ่ายภาพที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที มีคุณสมบัติที่เหมือนกันทั้งสองรุ่นนี้คือ สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง “GoPro start video” หรือ “GoPro take a photo” รองรับคำสั่งเสียง